ในยุคเกษตรกรรมที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศไม่แน่นอนและโรคพืชที่แพร่กระจายเร็ว การเลือกปุ๋ยที่มีคุณภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตที่ยั่งยืนและมีผลผลิตสูง
แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulfate) ไม่ใช่แค่ปุ๋ยไนโตรเจนธรรมดา แต่เป็นสารอาหารครบวงจรที่มีไนโตรเจน (N) ถึง 21% และกำมะถัน (S) 18% โดยธรรมชาติ มีความสามารถในการละลายในน้ำได้ดีเยี่ยม ทำให้พืชดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในดินที่มี pH ค่อนข้างเป็นกรดหรือขาดธาตุกำมะถัน — สิ่งที่พบบ่อยในพื้นที่เกษตรทางภาคเหนือของไทยและอีสาน
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่า เมื่อใช้แอมโมเนียมซัลเฟตแทนปุ๋ยไนโตรเจนชนิดอื่น เช่น ยูเรีย ผลผลิตข้าวโพดสามารถเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12–15% ในฤดูกาลเดียว และลดอาการใบเหลืองจากขาดกำมะถันได้มากกว่า 70%
ฟาร์มแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองนครราชสีมา เริ่มใช้แอมโมเนียมซัลเฟตในระยะต้นฤดูกาลแทนปุ๋ยยูเรีย หลังจากผ่านไป 45 วัน พืชแสดงอาการแข็งแรงขึ้น ใบเขียวเข้ม ไม่มีอาการขาดธาตุ และเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเฉลี่ย 58 กิโลกรัมต่อไร่ — เพิ่มขึ้นจาก 48 กิโลกรัมต่อไร่เดิม
เกษตรกรรายนี้กล่าวว่า “เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมจะเปลี่ยนแปลงผลผลิตได้ขนาดนี้”
• ใช้ในช่วงต้นฤดูกาลหรือก่อนปลูก 5–7 วัน เพื่อให้ธาตุอาหารเข้าสู่ดินอย่างทั่วถึง
• ปริมาณแนะนำ: 100–150 กิโลกรัมต่อไร่ ขึ้นอยู่กับประเภทพืชและดิน
• หลีกเลี่ยงการผสมกับปุ๋ยที่เป็นเบส เช่น ปุ๋ยคอกหรือปูนขาว เพราะอาจทำให้ไนโตรเจนระเหยหายไป
• หากใช้บนพื้นที่แห้งแล้ง ควรรดน้ำหลังใส่ปุ๋ยเพื่อช่วยให้ดินดูดซึมได้ดีขึ้น
การใช้แอมโมเนียมซัลเฟตอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของพืชให้ต้านทานโรค เช่น โรคใบไหม้หรือเชื้อราที่แพร่กระจายง่ายในช่วงฝนตกหนัก
เรามีสินค้าคุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบแล้วในหลายประเทศ พร้อมคำแนะนำเฉพาะสำหรับเกษตรกรไทย
ขอข้อมูลเพิ่มเติม / สั่งซื้อตัวอย่าง